บ้านคือรสนิยม เหล็กคือศิลปะ
เจนนิเฟอร์ คิ้ม กับความรู้สึกที่มีต่อคำว่า "บ้าน" และงานเหล็กชิ้นงาม
สำหรับบางคน "บ้าน" อาจเป็นเพียงที่พักอาศัย แต่สำหรับ เจนนิเฟอร์ คิ้ม บ้านคือเรื่องละเอียดอ่อนที่บอกเล่าตัวตนของเจ้าของบ้านได้ทุกมุม เธอได้ถ่ายทอดมุมมองต่องานเหล็กดัดฝีมือช่างของ "ชิ้นงาม" ที่ไม่ใช่แค่งานตกแต่ง แต่เป็นภาพสะท้อนของรสนิยมและตัวตนของเจ้าของบ้านอย่างแท้จริง
บ้านไม่ใช่เรื่องเล่นๆ แต่คือเรื่องละเอียดอ่อน
เจนนิเฟอร์ คิ้ม เป็นคนที่ให้ความสำคัญกับรายละเอียดของบ้านอย่างมาก เธอยอมรับตรงๆ ว่าตัวเองเป็นคนใจร้อน แต่กลับละเอียดอ่อนเป็นพิเศษเมื่อพูดถึงเรื่องที่อยู่อาศัย"บ้านเนี่ย มันเป็นสิ่งที่ละเอียดอ่อน...
สิ่งเหล่านี้มันไม่ได้เป็นรางวัล มันเป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงรสนิยมของเรา ว่ามันมาถึงจุดนี้ เรามีเทสต์
มันไม่ได้เป็นเหมือนธุรกิจ มันเป็นความพอใจของทั้งคู่"
สิ่งเหล่านี้มันไม่ได้เป็นรางวัล มันเป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงรสนิยมของเรา ว่ามันมาถึงจุดนี้ เรามีเทสต์
มันไม่ได้เป็นเหมือนธุรกิจ มันเป็นความพอใจของทั้งคู่"
ประโยคที่สะท้อนแนวคิดสำคัญที่เจนนิเฟอร์ยึดถือ นั่นคือ งานตกแต่งบ้านไม่ใช่การแข่งขันหรือการอวดความสำเร็จ แต่เป็นบทสนทนาระหว่างเจ้าของบ้านกับผู้สร้างสรรค์งาน ที่ต้องมาบรรจบกันด้วยความพอใจร่วมกันทั้งสองฝ่าย
ความเป็นมืออาชีพที่ผสานศิลปะไทยเข้ากับความเป็นสากล
สิ่งที่เจนนิเฟอร์ชื่นชมในตัวชิ้นงามมากที่สุด ไม่ใช่แค่ฝีมือ แต่คือกระบวนการคิดเบื้องหลังงานแต่ละชิ้น
"ที่พี่นับถือที่สุดก็คือ ความเป็นมืออาชีพ แล้วก็ความคิดสร้างสรรค์ในแบบที่คงความเป็นศิลปะในแบบของคนไทย ที่เอาความเป็นเค้าผสมกับความเป็นอินเตอร์ ผสมกับความต้องการของเรา ออกมาเป็นสิ่งที่บ้านไหนก็ไม่มี นอกจากบ้านฉัน"
เธอชี้ให้เห็นว่างานของชิ้นงามมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่หาที่ไหนไม่ได้ เพราะแต่ละชิ้นงานคือการผสมผสานสามองค์ประกอบเข้าด้วยกัน ได้แก่ อัตลักษณ์ความเป็นไทยของช่าง มุมมองความเป็นสากล และความต้องการเฉพาะตัวของเจ้าของบ้าน จนได้ผลลัพธ์ที่ไม่มีวันซ้ำใคร
"ลูกค้าแต่ละคนก็จะได้ในแบบที่ไม่เหมือนกัน มันจะมีชิ้นเดียวอย่างนั้นจริงๆ"
นี่คือคำยืนยันว่าทุกชิ้นงานของชิ้นงามคืองาน "custom-made" อย่างแท้จริง ไม่ใช่การผลิตซ้ำแบบสำเร็จรูป แต่เป็นการสร้างสรรค์เฉพาะบุคคลในแบบที่หาซื้อที่ไหนไม่ได้ไม่ใช่ความสมบูรณ์แบบ แต่คือความเป็นตัวเอง
ประเด็นที่น่าสนใจที่สุดในบทสนทนา คือมุมมองของเจนนิเฟอร์ต่อคำว่า "เพอร์เฟกต์" ซึ่งเธอปฏิเสธอย่างชัดเจน
"พี่ไม่ชอบความเพอร์เฟกต์นะ แต่พี่จะชอบสิ่งที่เป็นพี่
สิ่งใดก็แล้วแต่ที่มันออกมา มันจะต้องสะท้อนความเป็นตัวตนของเจ้าของบ้านนั้นๆ"
สิ่งใดก็แล้วแต่ที่มันออกมา มันจะต้องสะท้อนความเป็นตัวตนของเจ้าของบ้านนั้นๆ"
สำหรับเธอ ความงามที่แท้จริงไม่ได้วัดจากความไร้ที่ติ แต่วัดจากความจริงใจที่งานชิ้นนั้นสะท้อนตัวตนของผู้เป็นเจ้าของ และนี่คือสิ่งที่เธอพบในงานของชิ้นงาม
เหล็กที่แข็งแรง แต่อ่อนช้อยราวกับมีชีวิต
บทสรุปที่ทรงพลังที่สุด คือการที่เจนนิเฟอร์เปรียบเทียบงานเหล็กดัดของชิ้นงามกับตัวตนของเธอเอง
"พอพี่เห็นทุกอย่าง พี่บอก มันมั่นคง มันให้ความรู้สึกมีอาร์ต เป็นศิลปะ
มันเป็นเหล็ก แต่มันอ่อนช้อยมาก มันเหมือนเรา นั่นก็คือพี่ นั่นคือ เจนนิเฟอร์ คิ้ม
คือมันแข็งแรง แล้วมันก็มีความอ่อนโยนในทีของมัน"
มันเป็นเหล็ก แต่มันอ่อนช้อยมาก มันเหมือนเรา นั่นก็คือพี่ นั่นคือ เจนนิเฟอร์ คิ้ม
คือมันแข็งแรง แล้วมันก็มีความอ่อนโยนในทีของมัน"
งานเหล็กดัดที่ดูเหมือนจะเป็นวัสดุแข็งกระด้าง กลับถูกรังสรรค์ให้มีเส้นสายอ่อนช้อยราวกับมีลมหายใจ ไม่ต่างจากตัวตนของเจนนิเฟอร์เองที่ทั้งแข็งแกร่งและอ่อนโยนในเวลาเดียวกัน
บทสัมภาษณ์ของเจนนิเฟอร์ คิ้ม ไม่ได้เป็นเพียงคำชื่นชมต่องานฝีมือ แต่คือคำยืนยันว่างานศิลปะเหล็กดัดของชิ้นงามสามารถก้าวข้ามขีดจำกัดของวัสดุ กลายเป็นสื่อกลางที่ถ่ายทอดตัวตน รสนิยม และความรู้สึกของเจ้าของบ้านได้อย่างลึกซึ้ง — ความมั่นคงที่มาพร้อมความอ่อนโยน คือนิยามที่เจนนิเฟอร์ คิ้ม มอบให้กับงานของชิ้นงาม และบางทีนิยามนี้เองที่อาจเป็นคำตอบว่าทำไมงานเหล็กสวยสง่าในบ้านแต่ละหลังที่ชิ้นงามสร้างสรรค์ จึงไม่มีวันเหมือนกันแม้แต่หลังเดียว
27
